
หนังสือปฏิปัตติปุจฉาวิสัชนา
- พระธรรมเจดีย์ (จูม พนธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี ถาม
- พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ตอบ
(ขอบคุณและอนุโมทนาน้องหญิง (http://leolino21.multiply.com/) ที่นำมาโพสบน facebook นะครับ http://www.facebook.com/note.php?note_id=385332203866)
==========
เป็นหนังสือเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติภาวนาที่ละเอียดมาก ไม่มีหนังสือก็ขอให้มีตัวหนังสือเก็บไว้อ่านนะคะ ที่จริงเนื้อหายาวมาก แต่อันนี้ตัดตอนมาเรียกน้ำย่อย สนใจอ่านเพิ่มเติมตามลิ้งข้างล่าง นะคะ^^
พระธรรมเจดีย์ : ถามว่า ผู้ปฏิบัติศาสนาโดยมากปฏิบัติ อยู่แค่ไหน ?
พระอาจารย์มั่น : ปฏิบัติอยู่ภูมิกามาพจารกุศลโดย มาก
พระธรรมเจดีย์ : ทำไมจึงปฏิบัติอยู่เพียงนั้น ?
พระอาจารย์มั่น : อัธยาศัยของคนโดยมากยังกำหนัดอยู่ในกาม เห็นว่ากามารมณ์ที่ดีเป็นสุข ส่วนที่ไม่ดีเห็นว่าเป็นทุกข์ จึงได้ปฏิบัติในบุญกริยาวัตถุ มีการฟังธรรม ให้ทาน รักษาศีล เป็นต้น หรือภาวนาบ้างเล็กน้อย เพราะความมุ่งเพื่อจะได้สวรรคสมบัติ มนุษยสมบัติ เป็นต้น ก็คงเป็นภูมิกามาพจรกุศลอยู่นั่นเอง เบื้องหน้าแต่กายแตกตายไปแล้ว ย่อมถึงสุคติบ้าง ไม่ถึงบ้าง แล้วแต่วิบากจะซัดไป เพราะไม่ใช่นิยตบุคคล คือยังไม่ปิดอบาย เพราะยังไม่ได้บรรลุโสดาปัตติผล
พระธรรมเจดีย์ : ก็ท่านผู้ปฏิบัติที่ดีกว่านี้ไม่มีหรือ ?
พระอาจารย์มั่น : มี แต่ว่าน้อย
พระธรรมเจดีย์ : น้อยเพราะเหตุไร ?
พระอาจารย์มั่น : น้อยเพราะกามทั้งหลายเท่ากับเลือดในอกของสัตว์ ยากที่จะละความยินดีในกามได้ เพราะการปฏิบัติธรรมละเอียด ต้องอาศัยกายวิเวก จิตตวิเวก จึงจะเป็นไปเพื่ออุปธิวิเวก เพราะเหตุนี้แลจึงทำได้ด้วยยาก แต่ไม่เหลือวิสัย ต้องเป็นผู้เห็นทุกข์จริงๆ จึงจะปฏิบัติได้
พระธรรมเจดีย์ : ถ้าปฏิบัติเพียงภูมิกามาพจรกุศล ดูไม่แปลกอะไร เพราะเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นภูมิกามาพจรกุศลอยู่แล้ว ส่วนการปฏิบัติจะให้ดีกว่าเก่า ก็จะต้องให้เลื่อนชั้นเป็นภูมิรูปาวจรหรืออรูปาวจรแลโลกอุดร จะได้แปลกจากเก่า ?
พระอาจารย์มั่น : ถูกแล้ว ถ้าคิดดูคนนอกพุทธกาล ท่านก็ได้บรรลุฌาณชั้นสูงๆก็มี คนในพุทธกาล ท่านก็ได้บรรลุมรรคแลผล มีพระโสดาบัน แลพระอรหันต์ โดยมากนี่เราก็ไม่ได้บรรลุฌาณเป็นอันสู้คนนอกพุทธกาลไม่ได้ แลไม่ได้บรรลุมรรคผลเป็นอันสู้คนในพุทธกาลไม่ได้
พระธรรมเจดีย์ : เมื่อเป็นเช่นนี้จักทำอย่างไรดี ?
พระอาจารย์มั่น : ต้องทำในใจให้เห็นตามพระพุทธภาษิต ที่ว่า มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ ถ้าว่าบุคคลเห็นซึ่งสุขอันไพบูลย์ เพราะบริจาคซึ่งสุขมีประมาณน้อยเสียไซร้ จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ บุคคลผู้มีปัญญาเครื่องทรงไว้ เมื่อเล็งเห็นซึ่งสุขอันไพบูลย์ พึงละเสียซึ่งสุขมีประมาณน้อย
พระธรรมเจดีย์ : สุขมีประมาณน้อยได้แก่สุขชนิดไหน ?
พระอาจารย์มั่น : ได้แก่สุขซึ่งเกิดแต่ความยินดีในกามที่เรียกว่า อามิสสุข นี่แหละสุขมีประมาณน้อย
พระธรรมเจดีย์ : ก็สุขอันไพบูลย์ได้แก่สุขชนิดไหน ?
พระอาจารย์มั่น : ได้แก่ฌาณ วิปัสสนา มรรค ผล นิพพาน ที่เรียกว่านิรามิสสุขไม่เจือด้วยกาม นี่แหละสุขอันไพบูลย์
พระธรรมเจดีย์ : จะปฏิบัติให้ถึงสุขอันไพบูลย์ จะดำเนินทางไหนดี ?
พระอาจารย์มั่น : ก็ต้องดำเนินทางองค์มรรค ๘
พระธรรมเจดีย์ : องค์มรรค ๘ ใครๆก็รู้ ทำไมถึงเดินกันไม่ใคร่จะถูก ?
พระอาจารย์มั่น : เพราะองค์มรรคทั้ง ๘ ไม่มีใครเคยเดิน จึงเดินไม่ใคร่ถูก พอถูกก็เป็นพระอริยเจ้า
พระธรรมเจดีย์ : ที่เดินไม่ถูกเพราะเหตุอะไร ?
พระอาจารย์มั่น : เพราะชอบเดินทางเก่าซึ่งเป็นทาง ชำนาญ
พระธรรมเจดีย์ : ทางเก่านั้นคืออะไร ?
พระอาจารย์มั่น : ได้แก่กามสุขัลลิกานุโยคแลอัตตกิลมถานุโยค
พระธรรมเจดีย์ : กามสุขัลลิกานุโยคนั้นคืออะไร ?
พระอาจารย์มั่น : ความทำตนให้เป็นผู้หมดมุ่นติดอยู่ ในกามสุขนี้แล ชื่อว่ากามสุขัลลิกานุโยค
พระธรรมเจดีย์ : อัตตกิลมถานุโยคได้แก่ทางไหน ?
พระอาจารย์มั่น : ได้แก่ผู้ปฏิบัติผิด แม้ประพฤติเคร่งครัดทำตนให้ลำบากสักเพียงไร ก็ไม่สำเร็จประโยชน์ซึ่ง มรรค, ผล, นิพพาน, นี่แหละเรียกวาอัตตกิลมถานุโยค
พระธรรมเจดีย์ : ถ้าเช่นนั้นทางทั้ง ๒ นี้ เห็นจะมีคนเดินมากกว่ามัชฌิมาปฏิปทาหลาร้อยเท่า ?
พระอาจารย์มั่น : แน่ทีเดียว พระพุทธเจ้าแรกตรัสรู้ จึงได้แสดงก่อนธรรมอย่างอื่นๆ ที่มาแล้วในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเพื่อให้สาวกเข้าใจ จะได้ไม่ดำเนินในทางทั้ง ๒ มาดำเนินในทางมัชฌิมาปฏิปทา
พระธรรมเจดีย์ : องค์มรรค ๘ ทำไมจึงยกสัมมาทิฎฐิ ซึ่งเป็นกองปัญญาขึ้นแสดงก่อน ส่วนการปฏิบัติของผู้ดำเนินทางมรรค ต้องทำศีลไปก่อน แล้วจึงทำสมาธิ แลปัญญา ซึ่งเรียกว่าสิกขาทั้ง ๓ ?
พระอาจารย์มั่น : ตามความเห็นของข้าพเจ้าว่าจะเป็น ๒ ตอน ตอนแรกส่วนโลกียกุศลต้องทำศีล สมาธิ ปัญญา เป็นลำดับไป ปัญญาที่เกิดขึ้นยังไม่เห็นอริยสัจทั้ง ๔ สังโยชน์ ๓ ยังละไม่ได้ ขีดของใจเพียงนี้เป็นโลกีย์ ตอนที่เห็นอริยสัจแล้วละสังโยชน์ ๓ ได้ ตอนนี้เป็นโลกุตตร
อ่านฉบับเต็มต่อ (ควรตามไปอ่าน) ได้ที่ http://larndham.org/index.php?showtopic=38920&st=46#entry707301 และ http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8736
อนุโมทนาผู้โพสลงเวปทั้งสองด้วยครับ & ขอบคุณรูปภาพจากเวป http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=20386&view=previous ครับ