Monday, May 31, 2010

ความเพียรเท่าฝ่ามือ



หลวงปู่ขาวถาม

“ทำไมคนยุคพระพุทธเจ้าจึงพ้นทุกข์
ถึงอรหันต์ได้เร็วและมากกว่าคนปัจจุบัน”


หลวงปู่มั่นตอบ

“เราไม่ต้องพูดเรื่องคนอื่น
สมัยอื่นให้เยิ่นเย้อไปมาก เราหวังพระนิพพานด้วยความเพียรเท่าฝ่ามือ

ลองคิดดูสิ กิเลสเท่ามหาสมุทรแต่ความเพียรเท่าฝ่ามือ มันห่างไกลกันขนาดไหน


คนสมัยนี้ เพียงใช้ฝ่ามือแตะมหาสมุทร ทำความเพียรเพียงเล็กน้อย แต่หมายมั่นปั้นมือว่าจะข้ามโลกสงสาร

เมื่อไม่ได้ตามใจหวังก็หาเรื่องตำหนิศาสนา
และกาลสถานที่”

===========

อนุโมทนาน้องหญิงด้วย http://www.facebook.com/photo.php?pid=5576213&op=1&view=all&subj=615659531&id=637830711

Sunday, May 23, 2010

พุทธพจน์ (buddha_quote) on Twitter


https://twitter.com/buddha_quote
พุทธศาสนสุภาษิต พุทธพจน์ พุทธวจนะ พระไตรปิฎก ทวิตเฉพาะคำแปลภาษาไทยโดยไม่ลงคำบาลีเพื่อความกระชับสำหรับโปรแกรมทวิตเตอร์ ครับ #ธรรมะ #Dhamma Buddha Quotes

Thursday, May 20, 2010

หลักปฎิบัติธรรมโดยหลวงปู่เทสก์


คนในสมัยนี้พากันสนใจในธรรมปฏิบัติกันมาก ไม่ว่าเด็ก คนหนุ่ม คนแก่ ไปที่ไหนก็พูดถึงเรื่องภาวนากันเป็นส่วนมาก จะเป็นเพราะมีพระคณาจารย์มาก และกอปรที่โลกเจริญมากแต่ค้นหาแก่นธรรมไม่ได้หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายมาก ส่วนพระภิกษุแลสามเณรซึ่งบวชในพระพุทธศาสนาแท้ ๆ กลับสนใจกันน้อยไป

ถึงอย่างไรก็ดี ผู้ปฏิบัติตามครูอาจารย์แลปฏิบัติตามแบบตำราก็ดี เท่าที่ได้สังเกตดูหลายด้านหลายทางแล้ว มักยึดเอาหลักปฏิบัติยังไม่ได้ ปฏิบัติไปตามศรัทธาอย่างนั้นแหละ น่าชมมากที่มีศรัทธาเป็นหลัก ผู้เขียนขอแนะนำหลักปฏิบัติ เพื่อยึดเอาไว้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

พระพุทธศาสนาสอนให้ เชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม
ผู้ใดทำกรรมดีย่อมได้รับผลของกรรมดี
ผู้ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลของกรรมชั่ว
คนอื่นจะรับแทนไม่ได้ ๑

สอนให้ทำทาน การสละสิ่งของของตนให้แก่สัตว์อื่นแลบุคคลอื่น
ด้วยจิตเมตตาปรารถนาความสุขแก่บุคคลอื่น
ถึงวัตถุที่ให้นั้นจะเป็นของน้อยนิดเดียวก็ดี
หากมากด้วยจิตเมตตาของก็จะเป็นของมากเอง ๑

สอนให้รักษาศีล ด้วยจิตวิรัติเจตนางดเว้นตัวเดียว
โดยมีหิริ -โอตตัปปะเป็นมูลฐาน
จะเป็นศีล ๕-๘-๑๐-๒๒๗ ก็ตาม
ถ้ามีจิตวิรัติเจตนางดเว้นตัวเดียว
โดยมีหิริ -โอตตัปปะเป็นมูลฐานแล้ว
เป็นอันถึงที่สุดของการรักษาศีลได้ทั้งนั้น ๑

สมาธิ สอนให้เห็นโทษของอารมณ์ที่เกิดมาอายตนะ ๖
ซึ่งมันแส่ส่ายไปยังโลกธรรมทั้งแปด
เป็นทุกข์เดือดร้อน ไม่มีที่สิ้นสุด
แล้วย่อมสละปล่อยวาง
แล้วย้อนเข้ามาอยู่ที่จิตแห่งเดียว ๑

ปัญญา สอนให้ค้นคว้าสิ่งทั้งหมดที่มาปรากฏอยู่ที่จิต
ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีให้เห็นเป็นแต่เกิดจากปัจจัย
เมื่อปัจจัยในสิ่งนั้น ๆ ดับไปแล้ว
สิ่งเหล่านั้น ๆ ก็ดับไปหมด
จะเหลืออยู่แต่ธรรมสิ่งเดียว ๑

ผู้มาพิจารณาเห็นชัดแจ้งด้วยใจของตนเองอย่างนี้แล้ว
ผู้นั้นปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา อันนี้ไม่มีการเสื่อม
และไม่หลงงมงายในสิ่งที่ไร้สาระ
เข้าถึงธรรมอันแท้จริง
จะเรียกผู้นั้นว่าอริยบุคคลหรืออะไรก็แล้วแต่
เพราะปฏิบัติธรรมเข้าถึงที่สุด
คือ ใจ แล้วสิ้นสงสัยในธรรมทั้งปวง

: จากหนังสือถึงโลกถึงธรรม
: พระนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาจารย์ (เทสก์ เทสรังสี)
http://www.sangtham-songjai.net/?cat=42
“โลกคือจิตของคนเรา มาหลอกลวงจิตให้หลงในสิ่งต่างๆ ว่าเป็นจริงเป็นจัง แต่แล้วสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงมายาเท่านั้น เกิดมาแล้วก็สลาย แตกดับไปเป็นธรรมดาของมัน”

==========

จากน้องหญิง อนุโมทนาหญิงด้วยครับ ^/\^ http://www.facebook.com/#!/notes/ying-leolino/thung-lok-thung-thrrm-hlwng-pu-the-sk/392426028866