Saturday, November 28, 2009

หลวงพ่อมีอะไรแนะนำในการอยู่กับโลกไหมครับ?


หลวงพ่อมีอะไรแนะนำในการอยู่กับโลกไหมครับ?


อยู่กับโลกก็อยู่อย่างฉลาด อยู่อย่างเท่าทัน อย่าอยู่แบบเป็นขี้ข้ามันนะ
อยู่อย่างเท่าทันโลกนะ

วิธีที่จะเท่าทันโลกก็คือเท่าทันใจตัวเอง
โลกมันมาหลอกเราไม่ได้หรอก แต่เราหลอกตัวเองได้นะ
 
อย่างเค้าโฆษณาขายของเยอะแยะใช่ไหม มันมาหลอกให้เราซื้อได้ไหม?
ซื้อไม่ได้ถ้าเราไม่โลภ

คนมาด่าเราเนี่ย มันจะด่าสักกี่คนก็เรื่องของมัน เราเดือดร้อนไหม
ไม่เดือดร้อนถ้าเราไม่โกรธ

ตัวที่ทำให้เราเดือนร้อนก็คือกิเลสในใจเรานี่เอง

เราอยู่กับโลกอย่างเท่าทันนะ สิ่งที่มากระทบดีบ้าง ร้ายบ้าง

โลกมีอะไร?
โลกมีลาภ มียศ มีสรรเสริญ มีสุข
มีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ มีนินทา มีทุกข์

โลกมันเป็นอย่างงั้น เราอยู่กับโลกเราก็ต้องรู้ว่าโลกเป็นอย่างงั้นนะ
โลกไม่ได้มีด้านเดียว มีแต่ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ด้านเดียว ไม่ได้เป็นอย่างงั้น

ทีนี้เราอยู่กับโลกเรารู้เท่าทันจิตตัวเอง

ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เกิดขึ้น.....ดีใจ
เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เกิดขึ้น......เสียใจ

รู้ทันใจตัวเอง

ถ้าใจเข้าสู่ความเป็นกลางแล้ว เราจะอยู่กับโลกด้วยความเป็นกลาง
โลกไม่กระทบกระทั่งแล้ว
เรียกว่า...

คนพ้นโลก



==========


ธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม 27 พฤศจิกายน 2552

กราบแทบเท้าหลวงพ่อครับ

-/\- -/\- -/\-

Saturday, November 7, 2009

พิมพ์หนังสือประมวลธรรมฯเล่ม 2

สวัสดีค่ะ

พอดีจุงได้รับอีเมล์FWจากกัลยามิตรท่านหนึ่งแจ้งข่าวเรื่องการพิมพ์หนังสือประมวลธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์ค่ะ ก็เลยอยากจะกระจายข่าวต่อเผื่อมีผู้ใดสนใจอยากร่วมพิมพ์ในครั้งนี้ด้วย ขออนุญาตินำข้อความมาลงไว้ที่นี่นะคะ และขออนุโมทนาบุญกับผู้ที่ร่วมพิมพ์หนังสือในครั้งนี้ด้วยค่ะ

ข้อความทีได้รับทางอีเมล์มีดังนี้นะคะ

สำหรับผู้ที่ต้องการหนังสือ ประมวลธรรมเทศนา ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช  เล่ม ๒ ซึ่งทางวัดได้แจกครั้งแรกเมื่องานกฐินที่ผ่านมา

เพื่อไปฝากญาติมิตรพี่น้อง  หรือถวายพระ  ตอนนี้สามารถร่วมพิมพ์ได้นะคะ  โดยมีกติกาดังนี้ค่ะ
 
1. ป้อมจะปิดรับการโอนเงิน ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ นะคะ  ไม่มีข้อแม้และยืดหยุ่น   เนื่องจากใกล้ช่วงปีใหม่ โรงพิมพ์จะมี
    งานเข้ามาก  หากแจ้งช้า  อาจทำให้หนังสือเสร็จไม่ทันปีใหม่  ซึ่งหลายคนที่ต้องการหนังสือไปแจกในช่วงปีใหม่ จะรับหนังสือไม่ทันค่ะ  หากมีการรอ และแจ้ง
    โรงพิมพ์ล่าช้า  จะทำให้ผู้ที่โอนตามเวลากำหนด ได้รับผลกระทบไปด้วยค่ะ
 
2. กำหนดหนังสือออก  หากไม่มีอะไรผิดพลาด   น่าจะได้หนังสือประมาณวันที่ 20 ธ.ค.นี้ค่ะ
 
3. หากผู้ร่วมพิมพ์มีความประสงค์จะฝากหนังสือส่วนที่เกินความต้องการเพื่อร่วมทำบุญ   ทางทีมงานมีโครงการต่อเนื่อง ของสำนักพิมพ์ฮาวฟาร์  คือ
    โครงการมอบหนังสือธรรมะให้กับสถานศึกษาระดับวิทยาลัยทั่วประเทศ  จำนวน 802 แห่งรองรับอยู่ค่ะ  (ไม่ใช่โครงการบังคับนะคะ  แล้วแต่ศรัทธาของ
    ผู้พิมพ์ล้วน ๆ เลยค่ะ)
4. ราคากลางที่โรงพิมพ์ประเมินที่จำนวนพิมพ์ 3,000 เล่ม  อยู่ที่เล่มละ 95 บาทค่ะ
 
5. โอนเงินเข้าบัญชีนี้นะคะ  (ถ้าเจอกันที่วัด  จะสะดวกให้ป้อมโดยตรงก็ได้ค่ะ)
 
      ทัศรา  กุลจิตติสุธีพร
      ไทยพาณิชย์  ถนนสีลม (ซีพีทาวเวอร์)
      168-211009-9
 
6. หลังจากโอนเงินแล้ว  กรุณาแจ้งชื่อและรายละเอียดการโอนดังนี้นะคะ
 
        6.1  ชื่อผู้โอน  ขอเน้นว่า ให้แจ้งชื่อ-สกุลตามบัตรประชาชนนะคะ  เพื่อสะดวกในการรับหนังสือค่ะ  ถ้าหากแน่ใจว่ามารับด้วยตัวเองไม่ได้ 
             จะแจ้งชื่อผู้มารับหนังสือแทนก็ได้ค่ะ    แต่ถ้ายังไม่ทราบว่าจะให้ใครมารับแทน  ก็แจ้งชื่อตัวไว้ก่อน  แล้วค่อยสำเนาบัตรประชาชนกับคนมารับแทนก็ได้ค่ะ
             ส่วนในกรณีที่ส่งรายชื่อผู้ร่วมพิมพ์เป็นกลุ่ม  ขอให้ระบุหัวหน้าทีมที่จะเป็นผู้รับผิดชอบไว้ด้วย   เพื่อสะดวกในการติดต่อและเช็ครายชื่อ
             รับหนังสือค่ะ  (ในชีทจะใส่รายชื่อให้ทุกชื่อตามที่แจ้งมาค่ะ)
 
        6.2  วันและเวลาที่โอน  ตรงนี้สำคัญในการตรวจสอบบัญชีอย่างยิ่งค่ะ  ไม่จำเป็นต้องส่งสำเนาสลิปมาให้ดูก็ได้  ถ้าหากแจ้งวันเวลาการโอนมาถูกต้องค่ะ
 
        6.3  จำนวนเล่มที่ต้องการรับ  หากต้องการหนังสือเต็มจำนวนที่โอนเงินมา  กรุณาแจ้งแต่ต้นว่า  ต้องการรับหนังสือ "เต็มจำนวน" ค่ะ 
              เพราะหากไม่แจ้งแต่ต้น แล้วมีการปรับราคาหนังสือ เนื่องจากจำนวนพิมพ์เพิ่มขึ้น  (ซึ่งก็คงบวกลบไม่เกิน 5 บาท)  จะขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยน
              ยอดรับหนังสือ   เนื่องจากการขอแจ้งเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะทำให้เกิดความล่าช้าในการแจ้งยอดหนังสือกับโรงพิมพ์ได้ค่ะ
 
        6.4  เบอร์อีเมล์และ/หรือ เบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อ   หากใครไม่ค่อยได้เช็คเมล์  ในระยะใกล้กำหนดหนังสือออก  ก็ช่วยเช็คเมล์เป็นระยะ ๆ ด้วยนะคะ  เพราะ
               หากป้อมแจ้งข่าวตามอีเมล์ที่ให้ไว้  แต่ผู้ร่วมพิมพ์ไม่ได้เช็คเอง  ก็ขออนุญาตไม่ปรับเปลี่ยนแก้ไขการรับให้นะคะ
 
        6.5  สถานที่รับหนังสือ  ซึ่งครั้งนี้ก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากคุณครูซุปเคเหมือนเดิม  แต่จะขอแจกแค่ 2 สาขา คือ สาขาสีลม  และสาขาพญาไท เท่านั้นนะคะ
               (ควรแจ้งมาพร้อมกับการแจ้งการโอน)  หากไม่ได้แจ้งที่รับมาในเวลาที่กำหนด  จะขออนุญาตจัดหนังสือไว้ที่สาขาพญาไทค่ะ
               
 
               ข้อมูลสำหรับท่านที่ยังไม่เคยไปซุปเค  มีดังนี้  (กรุณาจัดเก็บแผนที่ไว้ด้วยนะคะ)
               (ทั้ง 2 สาขา หยุดวันพุธ  วันธรรมดาเปิด เที่ยงถึงสองทุ่มครึ่ง  วันเสาร์อาทิตย์+วันหยุด  เปิดแปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม)
 
สถาบัน Sup'K Center สำนักงานใหญ่ สีลม-สาทร
เบอร์โทร 02-636-8232, 02-636-8297
 สามารถจอดรถได้ที่ตึกตรีนิตี้(เสียค่าจอด)ติดกับอาคารSup'k Center
(สะดวกที่จะมารับด้วย รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีช่องนนทรี)  ไม่ค่อยเหมาะที่จะรับหนังสือจำนวนมาก ๆ ค่ะ
แต่ถ้าได้ที่จอดหน้าโรงเรียน ก็จะไม่ลำบากมากนัก




สถาบัน Sup'K Center สาขาพญาไท
เบอร์โทร 02-306-0886-9
สาขาพญาไท  เหมาะที่จะรับหนังสืออย่างยิ่ง เพราะมีที่จอดรถฟรี ขนถ่ายสะดวก
สามารถรับหนังสือจำนวนมากได้ดีกว่าสาขาอื่น
หรือถ้ารับหนังสือไม่มาก  ก็สะดวกที่จะเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า BTS

 

7.  สำหรับการจัดส่ง  ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะคนที่อยู่ต่างจังหวัดไกล ๆ เท่านั้นนะคะ และขอจำกัดจำนวนเล่มที่รับ  ไม่เกิน 10 เล่มด้วยค่ะ  
     ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล   ขอความกรุณาไปรับที่ซุปเค ตามที่แจ้งด้านบนนะคะ 
     ส่วนคนที่อยู่ชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ที่สามารถมารับที่ชลบุรีได้สะดวก  กรุณาติดต่อรับกับป้อมเองได้เลยค่ะ (ป้อมอยู่ที่ศรีราชาค่ะ)
 
     ค่าจัดส่งสำหรับคนต่างจังหวัด  ป้อมจะขอเวลาเช็คราคาแน่นอน พรุ่งนี้ก่อนนะคะ  แต่เท่าที่ประเมินจากน้ำหนักหนังสือ  (1 กิโลกรัมพอดีค่ะ)
     น่าจะตกอยู่ที่เล่มละ 40 บาท  รวมค่ากล่อง  และหากเพิ่มจำนวนเล่มขึ้น  อาจมีค่ากล่องที่เพิ่มขึ้นกว่านี้อีกด้วย
 
8.  หลังจากหนังสือเสร็จและประกาศแจกได้แล้ว  ขอให้ทุกท่านช่วยไปรับหนังสือภายใน 1 เดือน นะคะ  (หากกำหนดหนังสือเสร็จไม่เปลี่ยนแปลง 
     ก็ควรไปรับหนังสือไม่เกินวันที่ 20 มกราคม 53)  หากท่านไม่มีการติดต่อกลับมาภายในระยะเวลาที่กำหนด  ขอถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการรับหนังสือ
     ทีมงานจะขออนุญาตนำหนังสือนั้นเข้าโครงการบริจาคตามที่เห็นสมควรต่อไปค่ะ
      
9.  สำหรับผู้ที่ตกขบวน  โอนเงินไม่ทันวันปิดรับ  (19 พ.ย.52)  คงต้องขอให้ติดต่อกับทางโรงพิมพ์เองต่อไปค่ะ
 
สำหรับการกระจายข่าวร่วมพิมพ์  ขอให้ส่งต่อเฉพาะทางเมล์นะคะ  อย่านำขึ้นเว็บบอร์ดใด ๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่เอิกเกริกค่ะ
 
ขออนุโมทนาทุกท่านล่วงหน้านะคะ
 
ป้อม

Thursday, November 5, 2009

อย่าภาวนาเพื่อจะได้อะไร เพราะไม่มีอะไรให้ได้


อย่าภาวนาเพื่อจะได้อะไร เพราะไม่มีอะไรให้ได้ให้เอา




"เรา" เป็นเพียงสภาวะที่จิตปรุงแต่งขึ้นแล้วก็ดับไปเป็นคราวๆ ไม่ต่างจากสภาวะอื่นๆ หรือแม้แต่ตัว "จิต" ก็เป็นเพียงสภาวะหนึ่ง ที่เกิดขึ้น แล้วก็ดับลงไป ไม่คงทน ถาวรใดๆ

ดังนั้นการภาวนา เราก็ภาวนาเพื่อให้เห็นความจริง คือ เพื่อให้จิตเห็นความจริง
เห็นบ่อยๆ เห็นเนืองๆ จนจิตยอมรับความจริงหมดจด

เมื่อใดที่จิตยอมรับความจริงหมดจดแล้ว
เมื่อนั้นจิตก็จะมีปัญญาแล้วสลัดทิ้งซึ่งความเห็นผิดในเบื้องต้น
สลัดทิ้งความยึดถือในเบื้องปลาย


==========


เคยสังเกตมั้ยครับว่าทำไมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การโฆษณาชวนเชื่อ จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่ยังคงยืนยงและยิ่งใหญ่เสมอมาใน "โลก" ก็เพราะธรรมชาติของจิตเขานี่เองไงครับ

จิตเขาเห็นอะไรบ่อยๆ เขาก็จะเชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นของจริง เป็นความจริง

ก็หากเราเอาความลวงมาให้จิตเห็น จิตรู้ ได้บ่อยๆ จิตเขาก็จะเชื่อว่าความลวงนี่เป็นความจริง การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การโฆษณาชวนเชื่อ การตลาด ก็ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ เพื่อชักจูงเราไปสู่เป้าหมายของเขา

หากถอดความมาอีกชั้น ก็จะบอกว่า
"มนุษย์เป็นสัตว์ที่บอกว่าตนเองมีเหตุผล แต่ความจริงแล้วมนุษย์เป็นสัตว์ที่แค่คิดว่าตัวเองมีเหตุผล"

หากได้หัดตามรู้ตามดูไปจริงๆแล้ว เราจะเห็นได้เองเลยครับว่า เราไม่ได้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจหรอกนะครับ แต่เราใช้เหตุผลมาสนับสนุนการตัดสินใจของเราเท่านั้นเอง เพราะความจริงแล้ว เราตัดสินใจกันด้วย "ความชอบใจ" "ความไม่ชอบใจ" หรือ "ความยินดี" "ความยินร้าย"

อย่าเห็นว่าความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ความยินดี ความยินร้าย ไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะที่เราต้องเวียนว่ายตายเกิดกันทุกวันนี้ และยังเวียนว่ายตายเกิดกันต่อๆไป แม้กระทั่งไปเกิดในสวรรค์ ในนรก หรือแม้แต่โลกที่วุ่นวายรบราฆ่าฟันกันอยู่ทุกวันนี้ หรือก่อให้เกิดธุรกิจระดับพันล้านเหรียญ หมื่นล้านเหรียญ ก็เพราะ "ความชอบใจ" "ความไม่ชอบใจ" นี่ล่ะครับ

ดังนั้น หากเราไม่ต้องการไหลไปตามกระแสโลกแล้ว เราจะเป็นผู้ทวนกระแสโลกแล้ว เราก็ต้องมี "วิญญาณขบถ" เล็กน้อย คือ แทนที่จะปล่อยให้จิตอยู่กับความฝัน ความหลง อยู่กับความลวง ที่โลก(และเรา)เสกสรรปั้นแต่งกันขึ้นมา เราก็เปิดโอกาสให้จิตได้ "เรียนรู้ความเป็นจริง" ของกาย ของใจ ไปเรื่อยๆ

เมื่อ จิตเขาได้เรียนรู้ความเป็นจริงของกายของใจไปเรื่อยๆ จิตเขาก็จะพิจารณาธรรมด้วยตัวของเขาเอง เขาจะเริ่มอบรมบ่มเพาะปัญญาด้วยตัวของเขาเอง พอถึงวันหนึ่ง ปัญญาแก่รอบแล้ว มีกำลังเต็มที่แล้ว ปัญญาจะประหารสังโยชน์ที่ร้อยรัดจิตเอาไว้ให้ขาดไปตามลำดับครับ ซึ่งทั้งหมดนั่น เราทำหน้าที่เพียงแค่ "เปิดโอกาสให้จิตได้รู้ได้เห็นความเป็นจริงเนืองๆ" เท่านั้นเอง ส่วนการพิจารณาธรรม เป็นหน้าที่ เป็นงานในพระพุทธศาสนา ของจิตเขาครับ

การเปิดโอกาสให้จิตได้เรียนรู้ความเป็นจริงของกายของใจที่ว่านี้ ก็มีชื่อในตำราของพระพุทธศาสนาว่า "เจริญสติปัฏฐาน ๔" นี่ล่ะครับ



เขียน มาถึงตรงนี้ นึกถึงเรื่อง "ไม้สีไฟ" ที่หลวงปู่ชาท่านแสดงเอาไว้หนหนึ่ง ได้ยินได้ฟังผ่านเทปที่มีท่านผู้ปราถนาดีเอามาฝากนะครับ ท่านบอกว่า...

เปรียบไม้สีไฟ บางคนสีๆอยู่แล้วหยุด หยุดแล้วสีใหม่ ไฟก็ไม่ติดสักที เพราะพอสีไปได้หน่อยแต่ความร้อนไม่พอ ไฟก็ยังไม่ติด พอเลิกสีไฟ ความร้อนก็ไม่มี พอมาเริ่มใหม่ ก็ต้องตั้งกันใหม่ แต่กับบางคนสีไปเรื่อยๆ พอความร้อนมากพอ ไฟก็ติดของมันเอง

(กับความเห็นของตนเอง การรู้ทันนี่ล่ะวิเศษสุดแล้วครับ วันใดที่รู้ทันอย่างเป็นธรรมชาติ ลงไปที่กายใจ อันเป็นปัจจุบัน แม้ไม่ได้อะไร แต่ก็มีความสุข ความอิ่มเอมใจ ไปทั้งวันแล้วนะครับ มีเงินพันล้านก็ยังมาซื้อไปไม่ได้ มีอำนาจขนาดนายพล ก็ไม่สามารถสั่งให้ใครมาพรากไปจากเราได้เลย แต่ว่าความสุขนี้จะพรากจากไป เพียงแค่เราไม่เจริญสติปัฏฐานน่ะครับ)

ขอให้เจริญในธรรมครับ  

=========

อ่านเจอคำตอบของคุณวัชรพลที่ตอบกระทู้ผู้หนึ่งจากเวปลานธรรม http://larndham.net/index.php?showtopic=37059 ผมเอามาจัดหน้าใหม่ แนะนำให้ไปอ่านกระทู้จากต้นฉบับด้วยครับ

อนุโมทนาพี่เจ้าของกระทู้และพี่ตึก (http://vacharaphol.multiply.com/) ด้วยครับ