Sunday, July 5, 2009

ชวนม่วนชื่น

Rating:★★★★★
Category:Books
Genre: Religion & Spirituality
Author:พระอาจารย์พรหม แปลโดย ศรีวรา อิสสระ
ได้เขียน review นี้ไว้ใน multiply ของตัวเองเลยอยากเอามาแบ่งปันกันครับ

(ถ้ามีดาวมากกว่านี้ให้ไปแล้วนะเนี่ย)

หนังสือเล่มนี้ กัลยาณมิตรที่เมืองไทยส่งมาให้พร้อมกับหนังสือธรรมะเล่มอื่นอีกเล่มหนึ่ง แต่ที่เลือกอ่านเล่มนี้ก่อนเพราะว่า ดูน่าตาแล้วอ่านสบายดี แถมจั่วหน้าปกไว้ว่าเป็นธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่าด้วยจึงน่าสนใจมากขึ้นไปอีก

หนังสือ ชวนม่วนชื่น เป็นหนังสือรวบรวมธรรมเทศนาของพระอาจารย์พรหม ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชา ชาวอังกฤษ หนังสือเล่มนี้เดิมชื่อ Open the door to your heart แล้วคุณศรีวรา อิสสระ นำมาแปลเป็นภาษาไทย ข้อเด่นของหนังสือเล่มนี้ประการหนึ่งคือ ต้องแจกฟรีเท่านั้น หากนำไปขายจะถูกดำเนินคดี!! ทุกๆคนสามารถหาอ่านหนังสือเล่มนี้ได้แบบไฟล์ PDF ที่ลิงค์นี้ครับ http://www.thawsischool.com/dhamma-book-brahm.html

ธรรมเทศนาของพระอาจารย์พรหม เป็นอะไรที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และสนุก มีสีสัน ท่านใช้คำอุปมาอุปมัยได้เห็นภาพ หลายๆเรื่องราวนั้นสะกิด ไปจนกระท่ังสะเทือนใจใครหลายๆคนได้เลยทีเดียว ธรรมเทศนาแบ่งออกเป็นหลายหมวด ซึ่งผมคิดว่า เหมาะมากโดยเฉพาะคนที่กำลังเรียนอยู่หรือว่า กำลังต่อสู้ฝ่าฟันกับการงานหรือปัญหาชีวิตทั้งปวง ยกตัวอย่างเช่น ความสมบูรณ์แบบและความรู้สึกผิด, ความรักและการอุทิศตน, ความหวาดกลัวและความเจ็บปวด, ความโกรธและการให้อภัย, สร้างความสุข, ปัญหาวิกฤติและการแก้ไขด้วยเมตตา, ปัญญาและความสงบภายใน, ฯลฯ

สำหรับผมนั้นประทับใจธรรมเทศนาหลายตอน โดยเฉพาะเรื่อง อิฐที่ไม่เข้าที่เข้าทางสองก้อน กับเรื่อง มันอาจจะยุติธรรมก็ได้ ..

สำหรับเรื่องแรกเป็นตอนที่ท่านต้องก่ออิฐสร้างกำแพงวัด้วยตนเอง ท่านทำด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้า เมื่อกำแพงเสร็จท่านก็ไปเห็นอิฐสองก้อนที่ไม่เข้าที่เข้าทางในกำแพง ท่านเสียใจมาก และต้องการจะทุบกำแพงทิ้งและสร้างใหม่ให้สมบูรณ์ แต่ท่านเจ้าอาวาสไม่อนุญาต หลังจากนั้น เวลาพอคนมาชมวัดท่านก็จะพาเลี่ยงกำแพงนั้น จนวันนึง มีคนบังเอิญไปเห็นเข้าและก็ชมว่า กำแพงนี้เยี่ยมมาก ท่านก็แปลกใจ ถามว่าท่านไม่เห็นอิฐที่ไม่เข้าที่เข้าทางสองก้อนนั้นหรือ คนนนั้นก็บอกว่า แต่อันที่เหลืออีกเกือบพันก้อนนี่มันเรียงได้อย่างเพอร์เฟคมากเลยนะ บัดนั้นท่านก็ตาสว่างว่า ท่านถูกอิฐสองก้อนนั้นบังความดีงามของทั้งกำแพงเอาไว้นี่เอง ... ท้ายที่สุดท่านเปรียบเทียบเรื่องนี้กับการใช้ชีวิตปกติ และการใช้ชีวิตคู่ ว่าแม้จะเจอจุดบกพร่องก็ต้องไม่ลืมว่า ยังมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมายในชีวิต ตัวเราหรือคู่ของเราก็ยังมีเรื่องดีๆอีกมากมาย นอกเหนือจากเรื่องที่ทำให้เราขุ่นใจ

ส่วนเรื่อง มันอาจจะยุติธรรมก็ได้ นั้นเป้นเรื่องกรรม ท่านไปเทศน์ให้นักโทษในเรือนจำที่เมืองเพิร์ธประเทศออสเตรเลียฟังบ่อยๆ ก็มีนักโทษคนนึงมาบอกกับท่านว่า ท่านครับ ผมไม่โกหกท่านหรอก แต่ผมถูกจับจากสิ่งที่ผมไม่ได้เป็นคนกระทำจริงๆ คนอื่นเค้าก็พูดแต่เค้าโกหก ส่วนผมไม่โกหกหรอก ... ซักพักหลังจากนั้น นักโทษคนนี้ก็ยิ้มแบบกวนๆแล้วบอกว่า แต่ผมก็เคยทำอาชญากรรมมากๆมายและร้ายแรงกว่านี้ แต่ก็ไม่เคยถูกจับได้เลย ...​ผมว่า ครั้งนี้ที่ถูกจับแล้วมันอาจจะยุติธรรมแล้วก็ได้ ... ผมว่าเรื่องนี้สอนเรื่องกรรมได้เป็นอย่างดี บางทีเราอาจจะซวย อย่างเช่น ขึ้นรถแทรม จู่ๆก็มีคนมาตรวจตอนที่เราไม่สามารถแสตมป์บัตรได้ และก็โดนปรับ ... บางทีเราอาจจะแอบขึ้นรถแทรมฟรีบ่อยๆก็ได้แล้วไม่ถูกจับ ... กฎแห่งกรรมนั้นยุติธรรมมากนะ ผมว่า

จริงๆมีอีกหลายๆเรื่องที่โดนใจและทำให้เปลี่ยนมุมมองต่อโลกไปมากเหมือนกัน ผมจึงอยากแนะนำให้ทุกๆคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ครับ ส่วนตัวผมตั้งใจว่าจะทยอยนำบางส่วนบางตอนขึ้นใน blogs ที่ผมมีอยู่ เพื่ออย่างน้อยเป็นเครื่องนำทางให้ผู้ที่ต้องการธรรมะมาชโลมจิตใจได้ พบแหล่งบ้าง

No comments:

Post a Comment