Wednesday, June 17, 2009

ลำดับพระป่าตามอาวุโสปีเกิด


สืบเนื่องจากเล่นเวปลานธรรมกระทู้เก่าจึงเจอกระทู้ และ link บางอันที่ฝากอยู่บนโฮสที่สามารถแสดงอนิจจังได้ทุกเวลา จึงนำมาแปะไว้ในเวปนี้อีกแห่งหนึ่ง

กระทู้นี่คุณดังตฤณ ได้จัดลำดับพระป่าตามอาวุโสปีเกิดไว้ (http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/000132.htm) และคุณพัลวันได้นำมาลงใน geocities (http://www.geocities.com/Tokyo/Gulf/4126/TrueMonks.html) จึงขอนำมาลงไว้ในที่นี้ด้วยอีกแห่ง โดยผมได้เพิ่มรูปภาพครูบาอาจารย์ที่หาได้จาก google เพิ่มเติมเข้าไปด้วยครับ

เนื่องจากไม่สามารถติดต่อทั้ง คุณดังตฤณและคุณพัลวันเพื่อขออนุญาตได้ จึงขออนุญาตด้วยใจเป็นธรรมทานครับ -/\- และขออนุโมทนาแด่ทุกท่านที่ได้นำภาพครูบาอาจารย์ไว้บนอินเตอร์เน็ทครับ -/\-


ลำดับพระป่าตามอาวุโสปีเกิด

                       
ชื่อ - ฉายา เกิด คติธรรม คำสอนสำคัญ

หลวงปู่จันทร์ สิริจนฺโท
20 มีนาคม 2399 เปล่า…ไม่มีใครเกิด ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครตาย นามรูป ธาตุขันธ์ อายตนะ เกิดขึ้นแล้วดับไปต่างหาก
           

หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
2 พฤศจิกายน 2402 ถ้าหากภูมิจิตของผู้ปฏิบัติจะมองเห็นแต่เพียงกายทั้งหมดนี้เป็น แต่เพียงธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ รู้แต่เพียงว่าธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และภูมิจิตของท่านอยู่แค่นั้น ก็มีความรู้เพียงแค่ชั้นสมถกรรมฐาน ถ้าภูมิจิตของผู้ปฏิบัติ ปฏิบัติความรู้ไปสู่พระไตรลักษณ์ ถ้าหากมีอนิจจสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าไม่เที่ยง ทุกขสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นทุกข์ (เพราะตั้งอยู่ไม่ได้) อนัตตสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ภูมิจิตของผู้ปฏิบัตินั้นก็ก้าวเข้าสู่ภูมิแห่งวิปัสสนา< /td>
           

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
20 มกราคม 2413 แก้ให้ตกเน้อ แก้บ่ตกคาพกเจ้าไว้ แก้บ่ได้แขวนคอต่องแต่ง แก้บ่พ้นคาก้นย่างยาย คาย่างยายเวียนตายเวียนเกิด เวียนเอากำเนิดในภพทั้งสาม ภพทั้งสามเป็นเฮือนเจ้าอยู่
                    

หลวงปู่จันทร์ เขมิโย
5 ธันวาคม 2424 ผู้ใดอยากดี อย่าพากันพูดเล่น ให้พากันขยันหมั่นเพียร อย่าเป็นคนเกียจคร้าน ผู้ใดอวดเก่ง ผู้นั้นเป็นคนขี้ขลาด ผู้ใดอวดฉลาด ผู้นั้นเป็นคนโง่ ผู้ใดคุยโว ผู้นั้นเป็นคนไม่เอาถ่าน อยากเป็นคนดี ต้องทำดีถูก
         

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
16 มกราคม 2430 ของเก่าปกปิดความจริง ตัดอดีต อนาคตลงให้หมด จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน ทำในปัจจุบัน แจ้งอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่มีความเพียร ไม่มีความสำเร็จ

         

หลวงปู่ดุลย์ อตุโล
4 ตุลาคม 2430 คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ต้องหยุดคิดให้ได้จึงรู้ แต่ก็ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้ คนในโลกนี้ต้องมีสิ่งที่มี เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ต้องปฏิบัติถึงสิ่งที่ไม่มี และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี
          

หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล
1 มกราคม 2431 (...ลูกชายตายหรือ) ให้มันตาย ให้มันตายหมดโคตร หมดเชื้อหมดแนวมัน หมดพ่อหมดแม่มัน (นี่แหละเท่าทันวัฏสังขาร...)
        

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม
3 กุมภาพันธ์ 2431 พุทธะคือผู้รู้ก็ตัวเรานี้เอง เปรียบได้กับไข่อยู่ข้างในเปลือก ทำให้เปลือกไข่แตกเราก็ได้ไข่ พิจารณาร่างกายของเราให้แตก แล้วเราก็จะได้ธรรมะ


หลวงปู่จูม พนฺธุโล
24 เมษายน 2431 ความรัก ความชัง เป็นปฏิปักษ์ธรรม


หลวงปู่ขาว อนาลโย
28 ธันวาคม 2431 ทำไมเกิดมาไม่เหมือนกันล่ะ ไม่เหมือนกันคือความประพฤติ ผู้นี้เขาประพฤติดี เขามีการรักษาศีล มีการให้ทาน มีการสดับรับฟัง เขาจึงมีปัญญาดี มีการศึกษาเล่าเรียนดี อยู่ไหนก็มีแต่กรรมดี
           

หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม
27 มกราคม 2432 วิธีแก้จิตก็คือวิธีนั่งสมาธินี้เอง แต่ก็เป็นของที่ขาดคราวมานาน จนผู้ศึกษาพระพุทธศาสนาเข้าใจผิดไปหมดว่าหมดคราวหมดสมัย หมดเขตมรรคผลธรรมวิเศษเสียแล้ว

ประวัติเพิ่มเติม
< /font>
           

หลวงปู่กินรี จนฺทิโย
8 เมษายน 2439 ถ้าขาดสติ โอกาสที่จิตใจจะวิ่งไปตามอารมณ์ภายนอกมันก็มีมากขึ้น และอารมณ์ทั้งหลายก็ย่อมครอบงำจิตให้หลงใหลมัวเมาได้ง่ายขึ้น

ประวัติเพิ่มเติม
           

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
20 สิงหาคม 2442 บุญกุศลนั้นก็ไม่ใช่อื่นไกล ก็ได้แก่ทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมีนี้แหละ ทานก็รู้อยู่แล้ว คือการสละหรือการละการวาง ผู้ใดละมาก วางได้มาก ก็เป็นผลานิสงส์มาก ผู้ใดวางได้น้อย ละได้น้อย ก็มีผลานิสงส์น้อย

ประวัติเพิ่มเติม
< /font>

หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโณ 6 พฤศจิกายน 2443 เราจะกลัวเสือหรือกลัวกิเลส กิเลสมันทำให้เราตายนับภพนับชาติไม่ถ้วน เสือตัวนี้มันทำให้เราตายได้หนเดียว

หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร 11 กุมภาพันธ์ 2444 จิตติดที่ไหน ย่อมไปเกิด ณ ที่นั้น จิตติดเรือนก็อาจจะมาเกิดเป็นจิ้งจกตุ๊กแกได้ แม้แต่พระภิกษุติดจีวรยังไปเกิดเป็นเล็น น่าหวาดกลัวนัก แล้วกิเลสมีร้อยแปดประตู พุทโธมีประตูเดียว เพราะฉะนั้นให้ฝึกหัดปฏิบัติให้คุ้นเคย วาระที่เราจะเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติจะเข้าจิตได้ทันหรือเปล่า

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม 12 กุมภาพันธ์ 2444 ...แน่นอน มรรคผลนั้นคงอยู่แค่เอื้อมนั้นเอง เทศน์ที่สั้นที่สุด...วาง พิจารณาตน วางตัวเจ้าของ จิตตะในอิทธิบาท 4 เอาใจใส่ นั่งก็ตาย นอนก็ตาย ยืนก็ตาย เดินก็ตาย

หลวงปู่คำดี ปภาโส 26 มีนาคม 2445 ความไม่ประมาท คือเป็นผู้มีสติจดจ่ออยู่ที่กายและใจทุกอิริยาบถ ไม่มีการเผลอสติ จึงจัดว่าเป็นผู้ไม่ประมาท เข้าใจไหม?

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี 26 เมษายน 2445 แท้ที่จริงธรรมะคือตัวของเรานี้ทุกคนก็มีแล้วครบมูลบริบูรณ์ ทุกอย่าง แต่เราไม่ได้สร้างสมอบรมให้เห็นธรรมะที่มันมีในตนของตน ธรรมะแทรกอยู่ในขันธโลกอันนี้ หากใช้อุบายปัญญาพิจารณากลั่นกรองด้วยวิธี 3 อย่าง มีศีล ษมาธิ ปัญญา ดังอธิบายแล้ว ธรรมะจะปรากฏในตัวของตน ของตน กายและจิตอันนี้เป็นบุญกรรมและกิเลสนำมาตกแต่งให้ เมื่อนำมาใช้โดยหาสาระมิได้ ถึงแม้จะมีอายุยืนนาน ก็ปานประหนึ่งว่าหาอายุมิได้ สมกับพุทธพจน์ที่พระองค์ตรัสว่า บุคคลใดมีชีวิตอยู่ร้อยปี แต่เขามิได้พิจารณาเห็นความเกิดดับของอัตภาพนี้ ผู้นั้นสู้ผู้เขามีชีวิตอยู่วันเดียว แต่พิจารณาเห็นความเกิดดับไม่ได้

หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ 1 กรกฎาคม 2445 ธรรมะเป็นทางแก้ทุกข์ เมื่อจะแก้ก็ต้องสอบทุกข์ก่อน ให้เห็นทุกข์ก่อนเหมือนกับเราทำงานอะไร เราต้องเห็นงานก่อน จึงจะทำได้ ทุกข์อันหนึ่งที่เป็นงานของพวกเราควรทำ ถ้าไม่ทำเราก็ไม่พ้น ฉะนั้นพระพุทธเจ้าทรงสอนพวกเราให้รู้ทุกข์

หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต 5 สิงหาคม 2445 ศีลมีมากมายหลายข้อ ไม่ต้องรักษาหมดทุกข้อหรอก รักษาแต่ใจตัวเองอย่างเดียวให้ดีเท่านั้น กายวาจาก็จะดีไปด้วยกัน

หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ 18 มกราคม 2447 กายเหมือนเรือ ใจเหมือนนายเรือ ถ้านายเรือไม่รับการฝึกหัดชำนิชำนาญ หรือประมาทไป ก็จะพาเอาเรือไปเป็นอันตรายเสีย ต่อเป็นผู้ได้ศึกษาและมีสติ จึงจะสามารถพาไปถึงท่า

หลวงปู่ลี ธมฺมธโร 31 มกราคม 2449 คนที่จะพ้นตาย ต้องทำตัวเหมือนคนตาย คนกลัวตายต้องตายอีก ผู้ที่จะพ้นจากภพก็ต้องเข้าไปอยู่ในภพ ผู้ที่จะพ้นจากชาติต้องรู้เรื่องของตัว จึงจะเป็นไปได้ ขณะเรานั่งสมาธิหลับตาภาวนั้น ก็ให้หลับแต่ตา ส่วนใจเราต้องให้สว่างไสว ษมาธิเปรียบเหมือนตะปู ปัญญาเปรียบเหมือนค้อนที่ตอกตะปู ถ้าตะปูเอียงไปค้อนก็ตีผิดๆถูกๆ ตะปูนั้นก็ไม่ทะลุกระดานนี้ฉันใด ใจเราจะบรรลุธรรมชั้นสูงทะลุโลกได้จะต้องมีสมาธิเป็นหลักก่อน แล้วจึงเกิดญาณปัญญา ญาณนี้จะได้แต่คนทำสมาธิเท่านั้น ส่วนปัญญาธรรมดาย่อมมีอยู่ทั่วไปแก่คนทั้งหลาย
       
หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร 26 พฤศจิกายน 2452 การภาวนาไม่ใช่เป็นของหนักเหมือนแบกไม้หามเสา เป็นของเบาที่สุด นึกภาวนาบทใดข้อใด ก็ให้เข้าถึงจิตถึงใจ จนจิตใจผ่องใสสะอาดตั้งมั่นเที่ยงตรงคงที่อยู่ ภายในจิตใจของตน ใจก็สบาย นั่งก็สบาย นอนก็สบาย ยืนไปมาที่ไหนก็สบายทั้งนั้น ในตัวคนเรานี้เมื่อจิตใจสบาย กายก็พลอยสบายไปด้วย อะไรๆทุกอย่างมันก็สบายไป มันแล้วแต่จิตใจ
     
หลวงปู่บุญมี สิริธโร 14 ตุลาคม 2453 เมื่อนั่งภาวนาให้เป็นผู้มีสติ อย่าให้มันขาด ธรรมะจั่งสิเจริญขึ้น ซาดว่าเฮ้ดซื่อๆ บ่มีสติ ธรรมะมันบ่เกิด

หลวงปู่เทียน จิตฺตสุโภ 5 กันยายน 2454 ความรู้สึกตัวเป็นรากเหง้าของบุญ ความไม่รู้เป็นรากเหง้าของบาป

หลวงปู่บัวพา ปญฺญาภาโส 31 ตุลาคม 2454 คนเราควรใช้สติเป็นตา ใช้ปัญญาเป็นกล้องส่องใจ จะได้รู้ว่าสภาพที่แท้จริงของจิตเป็นอย่างไร ธรรมชาติของปกติจิต คือพื้นที่ของภวังคจิต เป็นจิตที่ผ่องใสไพโรจน์ จิตที่แปรผันออกจากพื้นที่ของมันเพราะตัวอวิชชา คือความไม่รู้เท่าทันต่อโลก ไม่รู้เท่าทันต่ออารมณ์ จิตจึงได้ผันแปรออกจาก "ความปกติ" (หมายถึงความสงบ) แล้วกลายเป็นบุญหรือกลายเป็นบาป
     
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ 8 มกราคม 2455 อันสตินี้ สัมปชัญญะนี้ ก็สมมติเป็นโชเฟอร์ ผู้กำพวงมาลัย ได้แก่เป็นผู้มีสติคอยระมัดระวังกาย วาจา จิต อยู่เสมอๆ
      
หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน 12 สิงหาคม 2457 การคลี่คลายคือการเปิดดูหัวของกิเลสนั่นเอง มันหลบ มันซ่อน มันยึด มันถืออยู่ตรงไหน มันยึดมันถือว่าอันไหนสวยอันไหนงาม ธรรมะฟาดเข้าไปๆ มันสวยที่ไหน มันงามที่ไหน

หลวงปู่ชา สุภทฺโท 17 มิถุนายน 2461 หมามันยังรู้จักอารมณ์ของมันเลย เวลาหิวมันก็คราง "หงิงๆ" ใครไม่รู้จักอารมณ์ของตัวเองก็ตายเสียดีกว่า

No comments:

Post a Comment